Tokenomics คืออะไร

Tokenomics มันมาจากรากศัพท์ของ  Token + Economics 

ปัจจุบัน ระบบเศรษฐกิจเปลี่ยนจาก สินค้าที่จับต้องได้ กลายเป็นสินค้าที่เราเรียกว่า Intangible Asset (สินค้าที่จับต้องไม่ได้) อีกต่อไป ยกตัวอย่าง เช่น Data information  ดังนั้น ระบบเศรษฐกิจอาจต้องปรับเปลี่ยนไป 

โดยเฉพาะ ยุค web3 ที่ระบบนิเวศ (Ecosystem) มีความ trust พอที่จะไม่ส่ง data แต่สามารถส่ง wealth (ความมั่งคั่ง) ให้แก่กันได้ ดังนั้น Tokenomics ไม่ใช่แค่ระบบที่ใช้กำหนดในการแจกเหรียญ แต่มันเป็นการผสมผสานระหว่าง Token Engineer และ การกำกับระบบ ไม่ให้พังทลายลง

ยกตัวอย่างเช่น 
ควรให้ผลตอบแทน ต่อผู้ขับเคลื่อนระบบ และสร้างสมดุลในระยะยาว ด้วยต้นทุนในระยะสั้น
และไม่ควร ให้ผลตอบแทน ต่อผู้ขับเคลื่อนระบบ และสร้างสมดูลในระยะสั้น ด้วย ต้นทุนในระยะยาว

ยกตัวอย่างเกมส์ใหญ่ๆ อย่าง Axie ที่เป็น Tokennomics ของ GameFi 
ระบบ Play-to-Earn นั้น ขับเคลื่อนด้วยเงินของคนเข้าใหม่ + เงินของคนเก่าที่ลงเงินเพิ่ม  นั่นคือ คนที่ลงเงินคนต้นๆ (Early Adopter) จะมีส่วนร่วมแค่ครั้งแรกครั้งเดียว คือสร้างสมดุลในระยะเริ่มต้นเท่านั้นแต่กลับได้ ผลตอบแทน Rewared ของผู้เข้าใหม่และในอนาคต เป็นระยะเวลาที่นาน ตราบเท่าที่ Early Adopter ยังไม่ถอนเงินออก

นั่นคือ ในไม่ช้า ระบบก็จะล่มสลาย เพราะ คนที่เอาเงินมาลงใหม่ จำนวนเงินมันไม่เพียงพอต่อการจ่าย ผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ของทั้งระบบ ทำให้ระบบเกิดความไม่สมดุลอีกต่อไป เขาก็จะเริ่มถอนเงินออก ระบบก็จะล่มสลายในทึ่สุด

 -ระบบ Masterchef ที่ ฟาร์มซิ่ง ส่วนใหญ่ fork มา

-ระบบ Reflection Token อย่าง Safemoon ที่ทุกๆ Transaction จะหัก Tax ไปให้กับ Holder ก่อนหน้า

- ระบบ Bonding (ที่แจก Inflation เกินตัว ให้กับ Early Adopter)

ซึ่งจริงๆ Policy Maker เขารู้ว่า การออกแบบ Tokenomics มันไม่ยั่งยืน แต่ระบบแบบนี้มันขายได้ เพราะ ตลาดนี้มันขับเคลื่อนด้วยกลไกของความโลภ และเขาคงคาดหวังว่า เขาจะค่อยๆเปลี่ยนกลับไปสู่ ระบบ Tokenomics ที่ยั่งยืนในอนาคต ก่อนระบบมันจะพัง

เพราะความจริง  Policy Maker เหล่านี้ เก่งมากๆ ไม่ว่าจะเป็น Zeus คนทำ OHM หรือ คนออกแบบ Safemoon ที่สามารถออกแบบระบบให้พังช้าที่สุด แต่ต่อให้เก่งขนาดไหนมันจะไม่มีค่าอะไรเลยถ้าไม่มี Product ที่แท้จริงอยู่ในมือ

ส่วนตัวอย่างระบบที่แจก Reward หรือ Tokenomics ที่ดี ณ ปัจจุบัน มีอะไรบ้าง? คำตอบคือไม่น่าจะมี

แต่ Usecase ที่ใกล้เคียงที่สุด คือการแจก Airdrop ของ Protocol บน ETH อย่างเช่น Lyra หรือ Paraswap

(การแจก Airdrop คือ ต้นทุนทางเศรษฐศาสตร์ระยะสั้น เพราะจ่ายต้นทุนไปครั้งเดียว ระบบในอนาคตไม่มี Sensitivity เพิ่ม เพราะ ไม่มีแรงเทขายออกมาอีก ไม่เหมือนการ farm)

โดยเขาจะแจก Airdrop เฉพาะคนที่สร้างคุณค่าแก่ Community จริงๆ  ผ่านข้อมูลใน Discord “โดยไม่บอกก่อน” ทำให้สามารถวัด Contribution ของ User ได้จริงๆ แต่จะเห็นได้ว่า Reward ที่แจกไป “อาจจะ” ไม่ได้แจกให้กับ ผู้ขับเคลื่อนระบบและสร้างสมดุลต่อระบบ”ในระยะยาว” ได้ทุกคน พอเขาได้ Airdrop บางคนอาจจะเปลี่ยนจาก Longterm Supporter กลายเป็น Early Adopter ไปโดยปริยาย ครับ

ณ ปัจจุบัน เป็นเรื่องยากถึงยากที่สุด ที่ เราจะสามาถทำนายพฤติกรรมของผู้มีส่วนร่วมในระบบ และ ออกแบบ tokenomics ที่เหมาะสม แต่ยากยิ่งกว่า สำหรับ Token Enginner และ Developer ที่ออกแบบระบบที่ Flexible พอที่สามารถ pivot ไปกับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรมของ user ในโลก Web3 ครับ และเราไม่สามารถเอา Practice ของโลก Startup แบบเดิมมาประยุกต์ใช้ได้

Token Engineer, Tokenomist และ Developer ต้องนั่งตัวติดกับทุกๆ Department ขององค์กร เพื่อหา Solution และ Practice ในโลก web3 ให้เจอ ศาสตร์เรื่องนี้เป็นเรื่องใหม่มาก และ ยังอยู่ในช่วง Experimental กันอยู่ ซึ่งเปลี่ยนเร็วมาก ต้องจับตาและศึกษา Usecase อย่างใกล้ชิดครับ

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

Security Case study : Shared Security , Why it''s important ?

GPU Mining 101: 2.1 : Hardware : สายไฟในระบบ RIG

GPU Mining : QA 1 Rig ใส่การ์ดจอได้สูงสุดกี่ใบ?